![]() |
|
Spaces home PJ'sProfileFriendsBlogMore ![]() | ![]() |
PJ'sThe world does not revolve around you!!!!!
July 04 Spririted AwaySpirited Away นับได้ว่าเป็นหนึ่งใน all time favorite ที่สามารถดูแล้วดูอีก ดูแล้วดูอีกได้ราวกับเป็นพวกย้ำคิดย้ำทำ ด้วยว่านอกเหนือจากการ์ตูนที่สวยจนไม่รู้จะพูดยังไงดีแล้ว (สามารถดูได้หลายๆ ครั้งเพราะในบางครั้งก็ replay แต่ตอนที่ชิฮิโรวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ แค่เงาของถ้วยชาก็เป็นรายละเอียดที่สามารถทำให้ดูแล้วดูอีกได้อยู่เสมอ หรือตอนที่เจ้าหนูตัวยักษ์ในร่างหนูตัวอ้วนบอกลา Zeniiba แล้วก็ "จุ๊บ" ก็สามารถทำให้ต้องดูแล้วดูอีกเหมือนกัน เอ๊ะ...คนบางคนนี่สนใจแต่รายละเอียดอย่างที่คนชอบว่าเสียจริงๆ ด้วย) ในหนังยังมี "เนื้อ" ที่ซับซ้อนยิ่งนัก
มีคนพูดถึงหนังเรื่องนี้ในแง่ความเชื่อมั่นในความดี แต่จะว่าไปแล้วโรงอาบน้ำในเรื่องเป็นสถานที่ที่นำแรงงาน "ไร้ฝีมือ" มารุมทำงานเพื่อ serve คนอีกชั้นนึงด้วยค่าแรงที่จะต่ำมากจนทำให้ทุกคนทำไปเพื่อความอยู่รอดไปวัน ๆ กับความฝันที่ว่าซักวันถ้าเก็บเงินได้มากพอ ก็จะไปจากที่นี่ (แล้ววันนั้นก็มาไม่ถึงซักที) ที่น่าแปลกคือคนที่มีตั๋ว "เที่ยวเดียว" อยู่ในมือก็ยังไม่สามารถออกไปได้ ได้แต่เก็บตั๋วไว้ในลิ้นชัก (เพื่อเอาไปให้คนอื่นใช้เสียอย่างนั้นเอง)
ความหลากหลายและความแตกต่างของชนชั้นในหนังแสดงออกมาอย่างน่าสนุก ตื่นตาดี ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้านที่อยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ อาหารที่ลูกค้าได้กินเทียบกับโรงนอนของลูกจ้าง ไปจนถึงพวกฝุ่นผงที่อาศัยอยู่กับพื้นเพื่อทำหน้าที่ในการขนของที่หนักที่สุดตรงที่ที่ร้อนที่สุด นายจ้างสามารถดึงทุกอย่างไปจากลูกจ้างด้วย "สัญญาทาส" ที่ได้ไปแม้แต่ identity ของคน
แถมยังมีเรื่องของการติดสินบน การที่คนยอมทุ่มเททำอะไรให้ใครซักคนที่ไม่ได้รู้จักดี ด้วยความเชื่อว่าคนนั้นจะนำผลประโยชน์มาให้โดยที่ไม่รู้ว่าผลประโยชน์นั้นจอมปลอม เป็นของเก๊ ฟังแล้วคุ้นเคยมาก ๆ
ดูหนังเรื่องนี้ไม่รู้ว่ากี่ครั้งแล้ว แต่ละครั้งมักจะได้อะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ และรู้สึกว่าตัวเอง "เติบโต" ขึ้นอยู่เสมอๆ ด้วย
ว่าด้วยเรื่อง "ด่าตำรวจ"พลันที่ "คลิปพนักงานแบงก์ด่าตำรวจ" ถูกแพร่ไปตามสื่อต่างๆ ทั้งทีวี ทั้งอินเตอร์เน็ต ก็ได้รับโทรศัพท์สามสี่ครั้งว่าด้วยเรื่องเดียวกัน
คนแรกถามว่า เห็นหรือยัง ตอบไปว่าได้ยินแล้วเพราะเพื่อนข้างเคียงที่ได้รับมาเปิดดูกันเอิกเกริก แต่ไม่ได้ดู เพราะได้ยินแล้ว ไม่เกิดความสนใจที่จะดู
อีกคนถามว่า ในฐานะที่ทำงานใน "เครือ" รู้สึกยังไง
แหม...เวลาตำรวจถูกด่า ดิฉันก็ดีใจสิคะ....(เอ่อ ขอโทษ .... พอดีเป็นโรคจิตอีกแบบ มีอคติอย่างรุนแรงกับตำรวจ เห็นตำรวจทีไร ชอบนึกว่า เอ...ตำรวจกำลังทำอะไรผิดอยู่รึเปล่านะ เป็นความคิดที่ดูจะผิดตรรก แต่อาจจะถูกต้องตามความเป็นจริง อ๊าย....ขอโทษอีกที .... บอกแล้วว่ามีอคติ)
ถ้าจะให้พูดจริงจังก็ต้องบอกว่ารู้สึกแปลกใจการ "เลือก" เสพข้อมูลข่าวสารของคนส่วนหนึ่งในสังคม
ข่าวเรื่องการดำเนินการที่ไม่ชอบมาพากลของรัฐบาล หรือการดำเนินการที่ผิดพลาดของรัฐบาล (เช่น การที่ตอนนี้มีข่าวรั่วออกมาจาก "รัฐมนตรีรายหนึ่ง" ว่านพดลให้ข้อมูล ครม. ไม่ครบเรื่องเขาพระวิหาร อันนี้นอกจากจะเป็นการยอมรับว่าท่าทางจะทำผิดแล้ว ยังเป็นการผลักเพื่อนร่วมงานหัวหลิมให้ไปตายคนเดียวอีกด้วย เจริญล่ะแก) กลับไม่เป็นเรื่องที่คนสนใจกัน
ไม่ต้องพูดถึงข่าวที่ว่าตอนนี้เกษตรกรขายผลผลิตได้กิโลละไม่ถึงสิบบาท ทั้งๆ ที่ต้นทุนสูงกว่านั้นยิ่งนัก และทั้งๆ ที่ผลไม้ที่คนซื้อกินปลายทางก็แพงกว่านั้นยิ่งนักด้วย ไม่ต้องพูดถึงข้อมูลประเภทที่ว่าการสร้างเขื่อนในประเทศไทยที่จะทำให้เกิดความมั่นใจว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่พัฒนาด้านเศรษฐกิจต่อไปได้เป็นการสร้างบนที่ดินทำกินของคนอื่น บ้านของคนอื่น ชีวิตทั้งชีวิตของคนอื่นซึ่งเป็นคนที่ได้ผลดีจากการสร้างเขื่อนเพียงน้อยนิด หรือไม่ได้เลย (แบบที่สร้างเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้าแล้วสายไฟฟ้าวิ่งผ่านบ้านคนแถวนั้นเข้าไปในเมือง ทำนองนั้นน่ะ) ข่าวที่บอกว่ามีการตัดป่าในอมาซอน เพื่อใช้พื้นที่ในการเลี้ยงสัตว์หรือปลูกพืชเศรษฐกิจ กับขนไม้ออกมาขายเป็นบริเวณกว้าง หรือกูปรีถูกแทงว่าเป็นสัตว์สูญพันธุ์ในประเทศเพื่อนบ้านเราไปแล้ว ข้อมูลที่ว่าคนบางส่วนในอาฟริกาต้องเดินเป็นระยะทางวันละหลายต่อหลายกิโลเมตร เพื่อไปหาน้ำสำหรับกินสำหรับใช้ จีนสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงและระเบิดเกาะแก่งต่างๆ เพื่อเปิดทางให้เรือสินค้าเดินทางสะดวก อันเป็นการทำลายระบบนิเวศน์และน่าจะทำให้สัตว์น้ำแถวนั้นไม่มีที่อยู่อาศัย วางไข่ สืบพันธุ์ แล้วก็คงจะสูญพันธุ์ไปบางส่วน ข้อมูลประเภทที่บอกว่าการหันมาใช้ biofuel ของประเทศอุตสาหกรรมอาจจะทำให้คนนับล้านทั่วโลกต้องอดอยาก เรื่องราวประเภทกาลครั้งหนึ่ง ในปีที่มีคนอดตายในหลายรัฐ อินเดียเลือกที่จะเอาข้าวที่เก็บไว้โกดังเพราะหาตลาดส่งออกไม่ได้ไปทำลายทิ้งเพื่อไม่ให้เสียกลไกทางการตลาด และข่าวกับข้อมูลในทำนองนี้ เป็นเรื่อง "ไกลตัว" ที่ไม่มีใครสนใจ ให้ความสำคัญ
แต่ถ้าเป็นเรื่องคนตบกัน คลิปใครไปมีอะไรกับใคร กลับถูกส่งต่อๆ ต่อๆ กันไปในอินเตอร์เน็ตให้เปลือง bandwidth ซึ่งน่าจะถือได้ว่าเป็นทรัพยากรส่วนรวมประเภทหนึ่ง ทีวีให้ความสำคัญถึงกับเอามาออกเป็นข่าวช่องแล้วช่องเล่า
บางคนให้ความเห็นว่าธนาคารซึ่งทำธุรกิจให้บริการ "เลือกคนแบบนี้เข้ามาทำงานได้ยังไง" อันนี้ไม่น่าจะแปลก คนไทยมีตั้งหกสิบเจ็ดสิบล้านคน มีคนทุกประเภทที่เข้าไปอยู่ในทุกที่ การสัมภาษณ์คนเข้ามาทำงาน ใช้เวลาแป๊บเดียว จะไปรู้ตื้นลึกหนาบางได้ขนาดไหนกันเชียว แถมด้วยว่าใครจะไปรู้ตื้นลึกหนาบางว่าก่อนที่จะเป็นภาพที่เห็น มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง
แล้วจะให้รู้สึกยังไงได้.....นอกจากรู้สึกเซ็ง June 27 dream onHm...
Just a few days ago when I read what my friend said in an interview about the dream he has had, I realized very clearly that I don't have a dream!!!!!
Well, having no dream, in this case, is not bad, though. I guess I know the "possibility" of things around me quite well, it is so that I know which way to go and what it takes to get what I desire. I look at things carefully before taking each step, evaluating the situation and adjusting my perspective on that thing. It doesn't mean that I'd really get what I want but I know whether it's possible or not at each stage. I don't call that a dream.
However, just from one phone call earlier today, now I dream of a festive atmostphere in a Northeastern province. I dream of แม่แจ่ม and แม่ฮ่องสอน (which I know absolutely nothing about). I dream of my beloved น่าน. I dream of the Moon - the place outside my world.
Hm....
Tonight should be a good night to dream on. June 10 อืมม....ม....ผักI'm not really vegies fan. Don't hate them but don't eat enough of them. Always stay on the meat and carb side. I think it shows when there have been days when I "CRAVE" for fruits and vegies. I was shocked finding that out. How do I eat them? Fruits are easy, I could stock some in the fridge and have variety of them in one meal. The problem lies along the vegetable side. My remedy was having ready to drink tomato juice in the fridge and hope every time I drink that yummy thing that it might help.
Well, I still am not a big fan of vegetables but I couldn't resist their colors. These photo look so much like place mat, don't they? :)
May 25 มะลิซ้อนมะลิดอกที่สวยที่สุด.....มาจากระเบียงบ้านนี่เอง ในยามที่ต้องไปนอนบ้านอื่น ไม่ได้นอนบ้านตัวเองนานๆ กิจกรรมที่ต้องทำยามพักกลางวันก็คือ มุ่งหน้าไปรดน้ำต้นไม้ ถึงแม้ฝนจะฉ่ำฟ้าจนต้นไม้ไม่อยากได้น้ำก๊อกก็ตามเหอะ ต้องไปดูมันหน่อยว่ายังอยู่ดีมีสุขหรือเปล่า ไปคราวนี้ ไปเจอมะลิซ้อนดอกใหญ่ หอมฉุย และเนื่องจากจะไม่ได้มาแวะเวียนมาอีกหลายวัน จึงตัดสินใจเด็ดติดมือมาซะเลย ไม่งั้นมันจะเฉาเพราะไม่มีใครเชย อืม....ม....ช่างเป็นมะลิที่สวยที่สุดที่เคยเห็นจริงๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเป็นคนปลูกเอง นอกจากหอมแล้ว ยังเป็นของเล่นได้อีกด้วย มีคนหยิบไปทัดหูเอามันซะแล้วน่ะ May 15 บ้านโป่ง ชื่อนี้มีแต่ของอร่อยอาหารประโลมใจ (comfort food) ของคนแต่ละคนคงจะมีต่างๆ กันไป เข้าใจเอาเองตามเคยว่า ด้วยความที่ "โลกาภิวัฒน์" (ซึ่งแปลว่าอะไรแน่ก็ไม่รู้ล่ะ ขอโทษเอาไว้ก่อน) บุกรุกเข้าไปในชีวิตคนชั้นกลางไปเสียทั่วโลก วันหนึ่งทุกๆ คนก็ลุกขึ้นมากินอาหารที่พิสดารพันลึก ไปยิ่งกว่าที่เคยกินมากเสียยิ่งกว่ามาก จากข้าวสวยน้ำพริกกะปิปลาทู สะเดาน้ำปลาหวานปลาทอด แกงส้มกับไข่เจียวหรือไม่ก็ปลาสลิด แกงเนื้อกับปลาเล็กปลาน้อยทอดโรยเกลือนิดน้ำตาลหน่อย ไข่ต้มยางมะตูมคลุกข้าวใส่น้ำพริกเผา (อันนี้ธรรมดามั้ยเนี่ย) แกงสัปปะรดใส่ไข่แมงดา สารพันอาหารที่บ้านทำกินเองแบบนั้น ก็กลายเป็นว่าวันจันทร์กินซูชิ วันอังคารกินเสต๊ก วันพุธกินเต้าหู้ทรงเครื่องผัดเผ็ดๆ (Mabo Tofu) วันพฤหัสบดีสั่งพิซซ่ากับไก่ทอดมากิน ส่วนวันศุกร์กินอะไรดีล่ะ ไม่รู้แล้วแหละ แต่ก็นั่นน่ะ ทั้งการกินข้าวนอกบ้าน หรือการซื้อกับข้าวสารพัดสารพันจากข้างทางหรือจากซูเปอร์มาร์เก็ตมากินอยู่เนืองๆ ประกอบกับไอ้การที่ซื้อเค้าเอาไม่ยุ่งดี ไม่แพงด้วย ในอีกทางคนทำของขายหลายต่อหลายคนก็สร้างของอันเป็นสิ่งที่คิดว่า "สูตรโบราณ" แต่เพิ่งหัดทำเมื่อวานนี้ เมื่อรวมๆ กันแล้วคงทำให้หลายคนมีการโหยหาบางอย่างที่หายไป เมื่อไปเจออาหารอะไรบางอย่างที่กินแล้วพาให้รู้สึกว่าตัวเองย้อนกลับไปเมื่อนานแสนนานมาแล้ว ก็ย่อมจะต้องรู้สึกอิ่มใจไปพร้อมๆ กับอิ่มท้อง
ไม่เคยนึกหรอกว่าจะมีอาหารประโลมใจกับใครเค้าเหมือนกัน ด้วยว่าถึงแม้จะกินข้าวนอกบ้านอยู่หลายต่อหลายมื้อในหนึ่งอาทิตย์ ทั้งร้านข้างทางหรือเหลาใหญ่ (ไม่ใช่เหลาเหย่) แต่ด้วยความที่ต้องกลับไปบ้านที่มีคนทำกับข้าวอยู่เสมอ ทำให้รู้สึกว่าไม่น่าจะมีอะไรขาดหายไปได้ จนกระทั่งเดินทางไปบ้านโป่งครั้งล่าสุดนี่เอง ที่ได้ค้นพบว่า เออหนอ เราก็มีอาหารประโลมใจอยู่ด้วยเหมือนกัน
บ้านโป่งอยู่ใกล้นิดเดียว เดินทางไปแค่อึดใจก็ไปถึงแล้ว เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วแวะไปบ้านโป่งครั้งแรก มีคนพาไปกินก๋วยเตี๋ยวนางงาม เป็นก๋วยเตี๋ยวหมูในร้านห้องแถวไม้เล็กๆ รสชาติอร่อยนัก เจ้าของร้านหรือใครสักคนในร้านเคยเป็นนางงามมาก่อน นางงามอะไรก็จำไม่ได้แล้ว ก็นะ คนงามบ้านโป่งนี่นะ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นนางงามจะแปลกอะไร ระยะหลังนี่ ได้ข่าวว่าร้านนี้ดังมาก คน "ขึ้น" กันมาก คนพาไปกินก็เลยพาลเลิกกินไปด้วย ไม่ได้บอกให้กระจ่างว่าเพราะไม่อร่อยแล้วหรือเพราะไม่ขลังแล้วกันแน่
วันหนึ่งเดินทางไปถึงบ้านโป่งตอนกลางวัน หลังจากหันหน้าหันหลังละล้าละลังอยู่พักใหญ่ ก็ตัดสินใจหันไปถามช่างซ่อมเสื้อที่ถีบจักรอยู่ริมทางว่า คนที่นี่เค้ากินอะไรกัน คนสวยใจดีบอกมาให้สองร้าน เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวหมูที่ตั้งในซอยเล็กๆ กับร้านขายข้าวตามสั่ง จึงเริ่มต้นที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูก่อน อร่อยเชียวแหละ เมื่อคิดได้ว่าช่างซ่อมเสื้อคนสวยช่างมีรสนิยมในการกินใกล้เคียงกัน จึงปักใจเชื่อว่าร้านอาหารตามสั่งที่ว่าต้องอร่อยเป็นแน่ จึงดั้นด้นไปอีกหน่อย ถึงวงเวียนช้างข้างทางรถไฟ ซึ่งตะก่อนมีก๋วยเตี๋ยวเนื้ออร่อยอยู่เจ้านึง หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
ร้านอาหารที่ว่านี้เป็นร้านไม่ใหญ่ไม่เล็กอยู่ในตึกแถวตรงวงเวียนช้างนั่นแล ชื่อร้าน "ใจดี" เมนูหนึ่งแผ่นสองหน้าบอกว่ามีอาหารจานเดียว อาหารจานด่วน ก๋วยเตี๋ยว ข้ามต้ม สลัด ผัดมักกะโรนี สุกี้ แกงจืด ต้มยำและอื่นๆ อีกมาก อาหารที่ลองสั่งร้านนี้คือผัดผักบุ้ง (เฮ้ย ทำไมมันง่ายงี้ล่ะ) กุ้งปลาหมึกชุบแป้งทอด ไข่ยัดไส้ แล้วก็ลูกชิ้นปลากรายผัดเผ็ด อร่อยเด็ดทุกจาน อาหารมาในจานตราไก่สมัยใหม่สวยกิ๊ง ราคาก็ถูกชะมัดเมื่อเทียบกับร้านอาหารในกรุงเทพฯ ที่รสชาติแย่กว่านั้น บรรยากาศสบายๆ แบบนั้น ทำให้อยากกลับไปที่ร้านนี้อยู่เสมอๆ แต่ก็ไม่ค่อยได้ไปหรอก มีอย่างอื่นที่ต้องกินอีกตั้งมาก
ถ้าไปบ้านโป่งตอนเช้าๆ ข้าวหมูแดงก็อร่อยยิ่งนัก มีตราแม่ช้อยนางรำเป็นประกัน แต่ก็อีกนะ ไม่ค่อยอยากจะเชื่อตราไหนหรอก ลองกินเอานั่นแหละดีที่สุด ข้าวหมูแดงที่หมูมีรสชาติ หมูกรอบกรอบกริ๊บ น้ำราดไม่เหนียวหนึบ มีกลิ่นหอมที่เกิดจากการปรุงรสมาแล้ว ไม่ใช่น้ำใส่สี กินกับซีอิ๊วพริกชี้ฟ้าดอง อร่อยนักแล
อีกร้านที่อร่อยแทบขาดใจก็คือร้านข้าวแกงในอำเภอ เป็นมุมถนนตรงข้ามตลาดใหญ่ของบ้านโป่ง ข้าวแกงซึ่งมีกับข้าวอยู่หลายต่อหลายถาด ทั้งเนื้อผัดพริก ไก่ผัดเผ็ด ต้มยำปลาทู ไข่พะโล้ กับอีกประมาณร้อยอย่าง เท่าที่ชิมมารสชาติจัดจ้านเผ็ดจี๋ชวนกินเป็นยิ่งนัก เสียดายเป็นร้านที่ไม่มีรูปติดมาด้วย แถมด้วยเมื่อจะไปกินอีกครั้ง ก็ดันเป็นวันอาทิตย์ ร้านเค้าปิดเพราะไม่มีราชการมาทำงานน่ะนะ
เมื่อร้านที่ตั้งใจไปก็ได้ปิดซะแล้ว ก็เลยเดินข้ามถนนเดินดุ่ยๆ ขึ้นไปทางตลาด เพื่อจะได้เจอกับอาหารประโลมใจที่ได้ค้นพบ นั่นก็คือ เส้นหมี่น้ำลูกชิ้นเนื้อ
เมื่อเดินเข้าร้าน เฮียคนปรุงก็ร้องว่าเนื้อนะ มีแต่ลูกชิ้นนะ นั่นล่ะ คนกินยิ่งตาวาวล่ะ ก็เจ้าของร้านออกจะมั่นใจขนาดนั้น มันจะไม่แจ๋วได้ไงเล่า
โต๊ะที่นั่งเป็นม้าหินตัวใหญ่ นั่งสบาย และเมื่อเส้นหมี่ขาวนุ่มนิ่มมาในชามพร้อมกับลูกชิ้นน้ำใสหอมกรุ่น ลูกชิ้นรสกลมกล่อมเคี้ยวเต็มปากเต็มคำไม่ใช่ประเภทเนื้อครึ่งนึง แป้งครึ่งนึง (ถึงแม้จะเป็นพวกนิยมแป้ง แต่ไม่นิยมแป้งที่แฝงกายมากะอย่างอื่น) ใส่น้ำส้มพริกตำลงไปนิดนึง ใส่น้ำปลาที่หอมมากๆ จนน่าอัศจรรย์ใจลงไปอีกนิด อยากเติมพริกป่นลงไปก็เติม ไม่อยากเติมก็ไม่ต้อง เมื่อยกขึ้นซด เฮ้อออออ......อดไม่ได้ที่จะนึกถึงลูกชิ้นน้ำใสที่กินเมื่อตอนเด็กๆ รสนี้เป๊ะเลย เส้นหมี่ก็นุ่มนิ่มเท่านี้เลย เฮ้อออออออ
ไม่ใช่เพียงแค่นั้น อาเฮียเจ้าของร้านกับอาเฮียคนส่งชามก๋วยเตี๋ยวยังมีอารมณ์สุนทรีย์ยิ่งนัก เพลงที่เปิดออกลั่นๆ ในร้านเป็นเพลงสุนทราภรณ์ (ที่ดันร้องได้ไปซะทุกเพลงที่เค้าเปิด) เมื่อว่างๆ หรืออารมณ์ได้ที่ เฮียแกก็ร้องเพลงครวญตามไปด้วย เมื่อไปชะโงกดู เฮียบอกว่า ไอพอดน่ะ แบบเฉยๆ ไม่ยินดียินร้าย แล้วก็ต่อด้วยว่าแต่ลำโพงเป็นของ Bose นะ ไม่งั้นเสียงไม่ดีเท่านี้หรอก
เมื่อลาเฮียออกมาจากร้านพร้อมกับอาฆาตไว้ว่า เดี๋ยวเหอะ จะมาใหม่ ก็จะไปเจอกับร้านขายขนมหวานร้านดังของบ้านโป่ง ขนมกล้วยชิ้นละสี่บาทที่เพิ่งสุกออกมาจากเตา ข้าวเหนียวมูนนุ่มนิ่มแต่ไม่เละเทะ ขนมขี้หนูสีสวย แล้วก็ขนมชั้นหอมกรุ่น ล้วนเป็นของอร่อยที่อร่อยจริงๆ ของร้านนี้ทั้งสิ้น
เห็นมั้ยเล่าว่า บ้านโป่งน่ะ มีแต่ของอร่อย ........ April 23 Change of Heartby Jim Brickman
I feel that I'm at a crossroads,
I don't know which way to go
You say that I am changing
Into someone that you don't know
Who I am and who I'll be
Is locked inside, inside of me
And if I follow my heart
Will you still be my friend if we break apart?
How do I make? How will you take my change of heart?
For years you have been my best friend,
I thought that would always be
You know that I just can't pretend
it's written all over me
Cuz where I go and what I'll do
I just can't see my life without you
if I follow my heart,
Will you still be my friend if we break apart?
How do I make? How will you take my change of heart?
Moving on is gonna take some time
When I'm gone, you might have a change of mind
Gotta take the chance
No matter what I find
No matter how far I travel
I think of you as home
It's not about finding someone else
It's all about being alone
Cuz who I am and who I'll be
Is locked inside, inside of me
Cuz if I follow my
Will you still be my friend if we break apart?
How will I make?
How will you take my change of heart?
I'm a person who listens to one song at a time, literally, really. If there is a song that I love so much, at the time, I'd listen to it again and again for weeks. This is the one for this week, Change of Heart. April 01 in the cups Well, the truth is the fridge(s) seems to pack with all the things I bought but haven't used, so, eventually, I have to get rid of them. The best thing to do is to bake them all. The great news is that, from whatever I stuffed in the fridges, I got blueberry muffins, raspberry mini cheesecakes and strawberry creamcheese muffin. Have to confess that I went out to buy the strawberry and got home with that plus new supply of butter and creamcheese that begin to do the packing the fridge(s) again Blueberry Muffin: I got this recipe from Khun Kit's blog. She claims that it's the best ever and I do agree. The sour cream and buttermilk keep the muffin soft and moistened. The super sourness of frozen blueberry mixes well with the sweetness of the muffin. Before: Igot this colorful giant cup from a famous baking supply shop in Pahurad. The problem I found out was that I didn't have the muffin plate for plus size muffin. After leaving it unused for a while, I recalled that we have had the big rice bowl at home. Originally, they were made to cook steamed rice in the steamer. Nowadays, they are custard cups when remekins are not around. After: Well, to tell you the truth, I had only a little bit of it. As I have said it again and again, I don't eat much of what I bake. It's as if the baking part takes all my energy and satisfies my need already. I always crave for them before baking but never want to eat them afterward. A girl at work loves it so much, so, when I make this, it's her job to take care of them. Raspberry Tiny Cheesecakes: The recipe is from Khun Prisna's book. It's baker-friendly cheesecake. It takes quite a little time to make. Before: I love making the cheesecake or cheese pie crust. It involves using the wooden pestle to crack the digestive. People who see me doing that can't help laughing. Well, people all over the world do the same thing, he he he :) I stop using the measurment when it comes to making the crust. I just pour as much as melted butter the crumb would take. The result for doing so is only satisfaction. After: It came out very well and somewhat attractive. Cheesecake is a pleaser, it never fails to please people. Then again, the cake fan said that it was nothing comparing to the strawberry creamcheese muffin as "the taste is too strong". The last piece was taken at the end of the day. The person who took it said that it was good, it might have been because it was getting quite deep into the evening and she might have been hungry. That's my pal at work. Strawberry Creamcheese Muffin: One thing I love so much is this. Before: After throwing in the strawberry, it would be just like magic since the batter would turn to be really pretty. I love tasting the raw batter of everything I bake despite the unknown spreading of the H5N1. It tastes better than after baking, well, at least for me. After: I had one whole piece. Actually, it came with frosting that I didn't care taking its picture. When the frosting was put up and top with one more strawberry, you would know that heaven was here in your hand!!!!!!! I was about to make another kind of muffin after finishing all these but the day came to an end. Well, I do make the same thing over and over. Have to find out if there are something new that I'd want to try.
March 31 ขนมจีนไหหลำอย่างที่เค้าว่ากันมาแต่โบร่ำโบราณว่า มีความพยายามอยู่ที่ไหน ก็จะมีความสำเร็จอยู่ที่นั่น ถึงแม้จะมีมุขตลกเฝื่อนๆ ที่ดูจะสอดคล้องกับความเป็นจริงประเภทที่ว่า มีความพยายามอยู่ที่ไหน มีความพยายามอยู่ที่นั่นก็ตามทีเถอะ
ในที่สุดก็ได้ดั้นด้นไปถึงตลาดศรีย่านเพื่อไปกินขนมจีนไหหลำที่อร่อยเกือบที่สุดที่เคยไปกินมาจนได้ หน้าตาเป็นอย่างนี้
มีทั้งแบบแห้งแล้วก็แบบน้ำ
ที่บอกว่ารสดีกว่าร้านอื่นๆ ก็เพราะว่าขนมจีนแบบแห้งนั้น เส้นนุ่มแต่ไม่เละ เนื้อเปื่อยกำลังเหมาะ ถั่วกรุบกรอบใหม่ไม่เหม็นหืน แล้วก็น้ำเหนียวๆ ที่ใช้โปะลงมานั้น ก็มีรสชาติเค็มมันกลมกล่อม เหนียวหนึบแต่ไม่ติดหนับ ไม่จืดเป็นน้ำต้มเนื้อ ไม่ใสจ๋องแจ๋ง เมื่อเทกะปิผสมน้ำส้มพริกตำลงไปแล้ว ให้ตายเหอะ รสชาติมันพอดิบพอดีเลยน่ะ ส่วนแบบน้ำต้องบอกว่าก็อร่อยดี แต่ไม่ถึงกับกรี๊ดกร๊าด น้ำซุปรสชาติกำลังเหมาะ ลูกชิ้นมีปริมาณเนื้ออยู่มาก ออกจะนุ่มเกินไปหน่อยถ้าเทียบกับลูกชิ้นเนื้อร้านโปรดทั้งสองร้าน แต่ก็เป็นลูกชิ้นที่มีรสอร่อย ไม่ได้เค็มปี๋หรือจืดเหมือนต้มมาแล้วหลายน้ำ แต่คราวนี้ผิดหวังเนื้อสด เพราะไม่นุ่มเท่าใจนึก ทุกครั้งที่กินเนื้อสดที่อร่อย ต้องนึกว่าเนื้อแบบนี้เอาไปทำราดหน้าก็แจ๋วเลยน่ะสิ แต่คราวนี้ไม่ยักกะคิดแบบนั้นแฮะ ไปครั้งนี้ค้นพบว่าเฮียกะเจ๊แอบขึ้นราคาไปแล้ว 2 ต่อ คือจากเดิม 20 ก็เป็น 25 บาท แล้วก็ปริมาณลดลงไปซัก 2 คำได้ เอาน่า....เมื่อวานไปซอกซอนตามซอกซอยในเยาวราชมา มองเห็นป้ายแปะฝาบ้านบอกว่า "เส้นก๋วยเตี๋ยวจะขึ้นราคากิโลละ 2 บาทตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ลงชื่อ สมาคมผู้ผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว" ข้าวขึ้นแล้ว เส้นก๋วยเตี๋ยวขึ้นแล้ว เดี๋ยวต้องไปดูว่าขนมปังขึ้นราคารึยัง แล้วขนมจีนอีกล่ะ ขึ้นราคาหรือเปล่า
พูดถึงเรื่องขึ้นราคา เมื่อปีที่แล้วมีข่าวว่าที่อิตาลีจะขอปรับราคาพาสต้าอีกนิดหน่อย คนทั้งเมืองออกมาโวยวายกันโลกแทบแตก ต่อด้วยว่าเห็นทีจะต้องประท้วงโดยการไม่กินพาสต้าเสียแล้ว ปรากฏว่ามีคนวงในคอมเมนท์ว่า ก็มันต้องขึ้นน่ะจะทำยังไงได้ โลกก็ร้อน น้ำมันก็แพง แถมยังมีเอลนิโญ กับลานิญญาอีก แป้งก็เลยแพงไปเรื่อยๆ จะไม่ให้ขึ้นจะทำยังไงเล่า ส่วนที่ว่าจะประท้วงไม่กินน่ะ สงสัยว่าจะเป็นไปไม่ได้ ตอน[นั้น]พาสต้าเป็นอาหารที่ราคาต่ำสุดในอิตาลีแล้ว ประท้วงไม่กินพาสต้าที่ขึ้นราคาก็ต้องไปกินอาหารอื่นที่แพงกว่าอยู่ดี ก็นะ โลกนี้มันเดินด้วยอุปสงค์อุปทานน่ะนะ เงินเฟ้อจะทำยังไงเล่า
กลับไปที่เดิม สรุปรวมได้ว่า ขนมจีนไหหลำที่กินมาทั้งหมดในตอนหลัง ทั้งร้านเจ๊วา (ซึ่งมีคนบ่นว่าไม่อร่อยเพราะใส่หน่อไม้ทำให้เสียรส) ร้านหัวหิน ร้านสวนสน ร้านสุธาทิพย์ ต้องบอกว่าร้านที่ศรีย่านนี่อร่อยเด็ดเป็นที่สุด
แต่ถึงกระนั้นก็เหอะ เวลาทำอะไรกินเองได้แล้ว ก็ย่อมจะต้องบอกว่าทำกินเองอร่อยกว่า อันนี้ขอให้เชื่อเถิดว่าจริง เมื่อทำขนมเองได้เป็นล่ำเป็นสัน (ถึงจะไม่กี่อย่างก็เหอะ) ก็ได้เกิดอาการไม่สามารถซื้อเค้กราคาแพงมากินได้ แถมด้วยว่าทำเองก็ได้ฟะ อร่อยกว่านี้อีก
ก็เลยต้องหยิบเอารูปขนมจีนไหหลำทั้งหมดที่มีมาเรียงให้ดู ทั้งที่ร้าน ทั้งที่บ้าน ของที่บ้านนี่บรรเจิดมาก ก็เค้าว่ากันว่าการทำอาหารก็เหมือนการ improvise ต้องใจกล้าๆ หน่อย หน่วยกล้าตายเลยมีขนมจีนไหหลำซะหลายเวอร์ชั่นเชียว
ฉะนี้นี่เองที่บอกว่าการทำกับข้าวเป็นการ improvise ของคนใจกล้า ทำขนมง่ายกว่าตั้งเยอะ ใช้แต่สูตร ไม่ต้องใช้ความกล้าแต่อย่างใด March 30 good thing to let goObsession is some nasty thing. When there is something you are desperately trying to figure out, you would keep it in your mind days in and days out and it would be eating you.
Today, I have compleated the jigsaw of things that have been eating me for all these years, things that have been lighting my furiousness, things that have been annoying me.
After figuring out why it has been so, I just feel a big relieve. Now, I can let go. Now, I can take it with understanding.
It's such a good thing to let go. March 24 กุ้งหญ่ายยยยยยใครๆ ก็ชอบกินกุ้ง .... ยกเว้นคนไม่ชอบกับกินกุ้งน่ะนะ นึกๆ ไปแล้วเมื่อตอนเด็กๆ กุ้งดูจะไม่ใช่อาหารประจำกายเอาเสียเลยทีเดียว เวลานึกถึงอาหารที่บ้านยายแล้ว แทบจะไม่มีกุ้งอยู่ในรายการ ปูม้ายังได้มาโฉบเฉี่ยวอวดโฉมบ้าง เวลาที่ยายเอาไปผัดกับต้นหอมหรือต้นกระเทียม ปลานั้นมีเสมอ ไม่ว่าจะเป็นปลาทอดราดพริก ปลาทอดกินกับน้ำปลาหวาน ปลาทูทอดกินกับน้ำพริก ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน แล้วบางครั้งก็จะมีหอยแมงภู่อบ หอยลายผัด แต่นึกถึงกุ้งไม่ออกเอาเลยจริงๆ เชียว มาเกี่ยวข้องกับกุ้งก็เมื่อโฉบไปโฉบมาแถวบางลำพูนั่นแล ข้าวแกงร้านเด็ดที่ชื่อร้านแดง ขายกับข้าวเผ็ดอย่าบอกใคร เวลาจะกินต้องอมน้ำเข้าไปหน่อยก่อน กินข้าว แล้วก็กินน้ำตาม กับข้าวไม่เผ็ดร้านแดงที่คนติดใจกันก็คือกุ้งทอดกระเทียมพริกไทย ด้วยความที่กุ้งแม่น้ำตัวไม่เล็กเกินไป ไม่ใหญ่เกินกินจะมีเนื้อสดเด้งดึ๋ง และที่หัวของทุกตัวกุ้งจะมีแก้วสีแดงๆ เคี้ยวมันติดอยู่ด้วย กุ้งบางลำพูนี่ดังเรื่องแก้วกุ้งนี่แหละ หลังจากนั้นไม่นาน ก็เริ่มมีร้านขายกุ้งเผาดังขึ้นเป็นระยะๆ ร้านแรกๆ อยู่ที่สุพรรณบุรี ทุกคนในสมัยนั้นต้องตะเกียกตะกายขับรถไปให้ถึงเพื่อไปแย่งที่นั่ง แย่งกุ้ง แย่งขนมสาลี่ ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากสมัยนี้เลยทีเดียว กุ้งเผาร้านดังที่ว่านั้น จะมีเตาเผากุ้ง แล้วก็มีฝาโอ่งมาปิดเอาไว้ให้ข้างบนสุก เวลากินกุ้งเผา บ้านไหนกินกันยังไงไม่รู้ล่ะ แต่บ้านนี้จะมีพ่อที่แกะกุ้งแล้วก็เอามันกุ้งไปคลุกข้าว ตัดเนื้อเป็นชิ้นๆ คลุกลงไปในข้าวอีกที แล้วก็ราดน้ำจิ้มลงไปคลุกให้ทั่ว แล้วส่งให้ลูกทีละคน เมื่อถึงคนสุดท้าย ไอ้คนแรกมันก็จะกินเสร็จแล้ว ต้องคลุกให้อีกข้าง (เค้ามีโควต้าคนละตัว) อย่างนี้อยู่ร่ำไป ทุกร้านไป จากสุพรรณฯ ไปที่อยุธยา ที่อำเภอเสนาตรงตลาดริมน้ำมีร้านขายอาหารอร่อยเด็ด ชื่อร้านจุ๊งโภชนา ของอร่อยของจุ๊งคือกุ้งเผา กุ้งพล่า สลัดหมูทอด แล้วก็ทอดมันข้าวโพด กินกันอยู่แค่นี้วนไปวนมา แล้วก็หายไปจากร้านนั้นเป็นนาน จนมีร้านมาเปิดข้างๆ กันชื่อนายโอ เป็นญาติกันหรืออย่างไรก็จำไม่ได้แล้ว แต่ขายอาหารเหมือนกันเปี๊ยบ หลังจากไม่ได้ไปเสียหลายปีกลับไปอีกครั้งเจ้าของร้านก็ยังจำได้อยู่ว่ากินกันมาตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก อาหารยังขายเหมือนเดิม แต่ไม่ได้รู้สึกว่าอร่อยเท่าเดิม ที่ยังแจ๋วอยู่ก็คือบรรยากาศนั่นเอง จบไปจากเสนาก็ย้ายกลับไปที่สุพรรณฯ นายเอี้ยงเปิดร้านขายกุ้งอยู่ใกล้ๆ กับร้านแม่บ๊วยเดิม ฝีมือทำอาหารนายเอี้ยง รวมทั้งร้านที่ดูชาวบ้านๆ กว่า ทำให้ร้านกุ่ยหมงโด่งดังขึ้นมาเป็นพลุทะลุฟ้า เป็นยุคแห่กันไปกิน แย่งกันกินอีกเหมือนเดิม ร้านกุ่ยหมงดังกุ้งทอดเกลือที่น้ำมันสีแดงนองเนืองมากกว่ากุ้งเผา แล้วก็ยังมีเชิงปลากรายทอดกรอบ ลูกชิ้นปลาผัดเผ็ด ต้มย้ำปลาม้า (น่าเบื่อจริง) อีกด้วย ช่วงต่อมาร้านขายกุ้งที่ดังแซงร้านอื่นขึ้นมาก็คือแถววัดตราชูที่สิงห์บุรี กุ้งตัวใหญ่จะเกือบกิโลได้ล่ะมั้ง ใครต่อใครก็ต้องแห่กันไปอีกเหมือนเคย แต่ร้านนี้ไม่ชอบเท่าไหร่ ด้ | |||